เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีและตรงตามความต้องการของลูกค้าฝ่ายเลกซัส กรุ๊ป, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการเก็บข้อมูลการใช้งานของท่าน โดยข้อมูลนี้จะถูกใช้ประมวลผลโดยฝ่ายเลกซัส กรุ๊ป, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เท่านั้น ลูกค้าสามารถปิดการตั้งค่าการทำงานของคุกกี้ได้โดยเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบราวเซอร์และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อหยุดการรวบรวมข้อมูลทุกอย่างของคุกกี้ในอนาคต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

Back To Lexus News & Events

21 Aug 2019
ข่าวสาร

Lexus Cultural Experience : กับการค้นหาเบื้องหลัง ‘Experience Amazing’ ของรถยนต์เลกซัส

ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่เลกซัสเปิดตัวเข้าสู่ตลาด Luxury Car ความสำเร็จมากมายทั้งในด้านยอดขายและรางวัล ล้วนเป็นสิ่งการันตีถึงคุณภาพ ที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ

แต่กว่าจะมาเป็นรถยนต์คุณภาพ ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษไม่เหมือนใคร อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง หลายคนอาจจะพอรู้มาบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าเจ้าของรถเลกซัสย่อมรู้ดีว่า การจะเข้าใจเลกซัสได้อย่างลึกซึ้ง จะเกิดขึ้นกับคนที่ได้สัมผัสเลกซัสด้วยตัวเองเท่านั้น

Lexus International จึงได้เชิญสื่อมวลชนจากทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ ให้เข้ามาสัมผัสกับ DNA ของเลกซัสที่บ้านเกิดในประเทศญี่ปุ่น ผ่านกิจกรรม Lexus Cultural Experience เพื่อทำความเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่หล่อหลอมเลกซัสให้เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และยืนอยู่แถวหน้าในตลาดโลก นั้นคืออะไร ผ่านประสบการณ์แบบ “Experience Amazing” ตามแบบฉบับของเลกซัส

Amazing Design : เบื้องหลัง Brave Design ที่ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำและคราฟท์ไว้อย่างลงตัว 


“We design to transport your senses” 

คือคำจำกัดความภาพรวมของงานดีไซน์ในแบบเลกซัส ที่ Lexus Global Design Studio ในโตโยต้าซิตี้ จังหวัดไอจิ สถานที่กำเนิดรถยนต์รุ่นสำคัญของเลกซัส ทั้ง RX, LS 500 และ LC 500 ซึ่งล้วนแต่เป็นรุ่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ในงานดีไซน์ของเลกซัสได้อย่างชัดเจน  

ภายในมีการจัดแสดงสิ่งที่เรียกว่า “หัวใจของงานดีไซน์ในแบบเลกซัส” ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่ารถยนต์ที่รวมทั้ง “เทคโนโลยีล้ำสมัย” และ “สัมผัสของมนุษย์” ไว้ด้วยกันนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร 

ตลอดระยะเวลา 30 ปี งานดีไซน์ของเลกซัสมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และไม่ว่ารูปโฉมจะถูกพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่ DNA ที่เป็นแก่นแท้ของเลกซัสไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ ความพิถีพิถัน (Craft) และ Omotenashi หรือ ปรัชญาการบริการแบบญี่ปุ่น ที่ถือคติว่าสิ่งที่มอบให้กับลูกค้า ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้เท่านั้น ซึ่งสองสิ่งนี้คือหัวใจที่จะทำให้เจ้าของรถเลกซัสเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า Experience Amazing

ภายนอกที่ให้อารมณ์หรูหรา โฉบเฉี่ยว ดุดัน แสดงออกถึง Brave Design ภายในคือความพิถีพิถัน ละเอียดอ่อน ที่ใส่ใจทุกความรู้สึกของผู้ขับขี่ โดยทั้งหมดผ่านกระบวนการวิจัยและคิดงานมาอย่างซับซ้อน

ในขณะที่ทีมพัฒนาเทคโนโลยีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ให้รถเลกซัสมีความตื่นเต้นตลอดเวลา งานฝีมือระดับ Craftsmanship เช่น การเย็บเบาะด้วยมือ การบรรจงคัดสรรงานศิลป์ชั้นครูของญี่ปุ่นมาสร้างบรรยากาศภายในรถ ก็ต้องถูกพัฒนาไปพร้อมกัน    

สิ่งเหล่านี้ นอกจากจะสร้างความรู้สึกของการครอบครองงานศิลปะชั้นสูง ซึ่งแสดงออกถึงเซนส์ของความหรูหราแล้ว ความละเอียดอ่อนของงานทำมือยังสร้างอารมณ์สุนทรีย์เมื่อได้สัมผัส ซึ่งความรู้สึกลักษณะนี้ เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่อาจตอบโจทย์ได้ ฉะนั้นจึงเป็นความท้าทายทุกครั้งของทีมดีไซน์ เมื่อต้องออกแบบรถยนต์โมเดลใหม่ ที่ต้องสามารถผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและเซนส์ของความเป็นมนุษย์ ให้อยู่ในรถหนึ่งคันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

เลกซัสนิยามสิ่งนี้ว่า Yet Philosophy หรือ การผสมผสานสิ่งที่คนทั่วไปมองว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ ให้ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว เช่น สมรถถนะอันทรงพลังต้องมาพร้อมกับสัมผัสการขับขี่ที่นุ่มนวล หรือแม้ว่าภายนอกจะดูโฉบเฉี่ยว ดุดันแค่ไหน ภายในต้องให้ความสุนทรีย์กับผู้ขับขี่ในทุกสัมผัส

กระบวนการดีไซน์ทั้งหมดนี้ เพื่อเป้าหมายเดียว คือ มอบประสบการณ์การขับขี่แบบ ‘Experience Amazing’  ให้กับเจ้าของรถเลกซัส ซึ่งแนวคิดลักษณะนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เลกซัสเพิ่งสร้างขึ้น แต่เป็นวิธีคิดที่ฝังอยู่ใน DNA ของคนญี่ปุ่นมาเป็นเวลาช้านาน 

Amazing Hospitality : ปรัชญาการต้อนรับแบบ Omotenashi จิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่น ที่ถ่ายทอดสู่ DNA ของเลกซัส

จากงานดีไซน์ เลกซัสพาสื่อมวลชนเดินทางไปทำความเข้าใจกับเซนส์ของ Omotenashi หรือปรัชญาการบริการและต้อนรับในแบบญี่ปุ่น ที่ถูกถ่ายทอดสู่รถยนต์ทุกรุ่นของเลกซัส

Omotenashi คือคีย์สำคัญที่ทำให้สัมผัสของรถเลกซัส มีเอกลักษณ์และแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะจิตวิญญาณการบริการแบบ Omotenashi นั้นมีระดับความลึกมากกว่าแค่การดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด แต่ Omotenashi คือการมองให้ขาดว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ คืออะไร และกล้ามอบสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นออกไป โดยที่ลูกค้าเองอาจไม่ได้คาดคิด 

ผู้ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์นี้ได้ดีที่สุดคือ Yorozu Tea Salon แห่งเมืองฟุกุโอกะ เนื่องจากจุดกำเนิดของ Omotenashi มาจากพิธีชงชา ซึ่งเจ้าบ้านจะใช้พิธีนี้ต้อนรับแขก โดยทุกองค์ประกอบต้องพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นชา อุปกรณ์ ของหวาน หรือกระทั่งบรรยากาศ เพื่อให้แขกทุกคนมีประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุด

ในฐานะเจ้าของบ้าน เราเลือกใช้ชา Gyokuro ชาที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น เกรดคัดพิเศษ ที่ผลิตได้เพียง 4 กิโลกรัมต่อปี ต้อนรับแขกจากทั้ง 30 ประเทศ ผ่านฝีมือการชงระดับ Tea Master ของคุณซึกุรุ โทกุบุจิ โดยครั้งนี้พิเศษตรงที่พิธีการการถูกพลิกโฉมให้มีความทันสมัย ไม่ติดอยู่กับกรอบของวิธีการแบบโบราณ มีการผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณแบบเก่าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

เช่นเดียวกับการพัฒนารถยนต์ของเลกซัส นอกจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องคิดค้นเพื่อนำมาพัฒนารถยนต์อยู่ตลอดแล้ว DNA หลักที่เป็นแนวคิดพื้นฐาน ว่าต้องมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับลูกค้า ก็ต้องถูกพัฒนาไปพร้อมกัน  

“ความสวยงามของพิธีชงชา คือความสุขที่เจ้าบ้านได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขก จากทุกองค์ประกอบที่คุณสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา และชาที่จัดเตรียมอย่างตั้งใจ ซึ่งการทุ่มเททั้งหมดนี้ ผู้ให้ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน นอกจากความสุขและความพึงพอใจของผู้รับ”

จาก Yorozu Tea Salon เลกซัสพาทุกคนลงลึกถึงรายละเอียดเบื้องหลังความ Omotenashi ที่ Otani Sanso เรียวกังที่เคยใช้รับรองแขกคนสำคัญ ทั้งระดับราชวงศ์และผู้นำประเทศ   

สถานที่ที่มีบรรยากาศแสนเรียบง่าย แต่กลับมอบความรู้สึกที่พิเศษสุด แบบหาจากที่ใดไม่ได้ให้กับผู้มาเยือนเสมอ

ความ Omotenashi ของเรียวกังนั้นเรียกว่าสมบูรณ์แบบตั้งแต่ก้าวแรกที่แขกเข้าพักจนถึงก้าวสุดท้ายที่ลาจาก ซึ่งกว่าจะมาเป็นการบริการแบบไร้ที่ติเช่นนี้ ก็ต้องผ่านกระบวนการคิดและทำ ที่ทั้งละเอียดอ่อนและซับซ้อน 


ความรู้สึกที่ได้รับจากเรียวกังนั้นไปไกลกว่าคำว่าหรูหรา แต่คือประสบการณ์ที่ทำให้แขกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของสถานที่ ทุกองค์ประกอบคือการออกแบบที่น้อย แต่มากด้วยด้วยความรู้สึก อาทิ การดึงความงามของธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ชิดกับแขก อาหารที่เสิร์ฟ ปรุงอย่างเรียบง่ายแต่รสชาติต้องลุ่มลึก ด้วยฝีมือเชฟระดับมาสเตอร์ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เพราะเพียงการแร่ปลาสักชิ้นให้บางได้มาตรฐานที่ควรเสิร์ฟ ก็เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนนับหมื่นชั่วโมง 

อาหารแบบไคเซกิ ที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน โดยฝีมือเชฟระดับทาคุมิ 

การต้อนรับแบบ Omotenashi ที่สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนเสมอ

ในทุกฟังก์ชั่นใช้งานของรถยนต์เลกซัสก็มีแนวคิดที่ไม่ต่างกัน ทุกอย่างต้องตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้งานและให้ความสุนทรีย์ไปพร้อมๆกันได้ เพื่อให้เกิดประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะในฐานะคนขับ คนโดยสาร หรือกระทั่งการเข้ามารับบริการในศูนย์บริการ ต้องให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางเสมอ 

การออกแบบที่หรูหรา ทว่าเรียบง่าย เบื้องหลังนั้นถูกคิดมาอย่างหนัก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ขับขี่อาจจะมองไม่เห็น แต่เลกซัสไม่เคยปล่อยผ่าน ตั้งแต่การวิจัยเสียงปิดประตูรถ เพื่อให้ได้เสียงที่เจ้าของรถรู้สึกสบายและมีเซนส์ของความหรูหรา การบุรอบคันที่พิถีพิถันเพื่อให้รถเงียบที่สุด การทดสอบเป็นแสนไมล์เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะต้องขับแล้วนิ่งจริงๆ หรือกระทั่งอุณหภูมิภายในรถ ที่ออกแบบให้มีการปรับตามอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้หลักปรัชญา Omotenashi เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ขับขี่

Amazing Craftsmanship : คราฟท์ระดับไหน ที่ยอมรับได้สำหรับเลกซัส 

ทุกครั้งที่เลกซัสพูดว่า “Nothing is crafted like Lexus” บางคนอาจจะเกิดคำถาม ว่า “คราฟท์” สำหรับเลกซัสนั้น ลึกถึงระดับไหน

 

ความหมายของคราฟท์ในแบบเลกซัส ไม่ใช่คราฟท์แค่ตัวรถยนต์ แต่ต้องลงลึกถึงความรู้สึกของคนที่เป็นเจ้าของรถด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเลกซัสถึงให้ความสำคัญกับการนำปรัชญา Omotenashi มาใช้อย่างเคร่งครัด

จากแนวคิด ถ่ายทอดสู่กระบวนการผลิต ทุกขั้นตอนไม่เคยลดทอนความเคร่งครัดและรายละเอียด

เลกซัสพาทุกคนไปพิสูจน์ที่โรงงานประกอบรถยนต์ของโตโยต้า คิวชู (TMK) ซึ่งรถยนต์ Lexus UX, NX, RX และ ES ที่จำหน่ายในประเทศไทย ล้วนประกอบในโรงงานแห่งนี้

TMK ได้รับเลือกจาก เจ.ดี.พาวเวอร์ ให้เป็น 1 ใน 5 บริษัทของโลกที่มีคุณภาพสูงสุด ถึง 9 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบัน และเป็นบริษัทเดียวในโลกที่ครองคุณภาพได้ยาวนานขนาดนี้ ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ารถยนต์ที่ออกจากโรงงานแห่งนี้ จะมีมาตรฐานสูงขนาดไหน

เลกซัสคราฟท์ตั้งแต่วิธีการเลือกพนักงาน มีเฉพาะพนักงานทักษะระดับสูงเท่านั้น จึงจะสามารถทำงานที่เลกซัสได้

พนักงานในส่วนของการประกอบรถยนต์ ต้องสามารถระบุความกว้างช่องว่างของรถได้เพียงนิ้วสัมผัส และเคร่งครัดถึงขนาดที่ว่า หากคุณตอบคลาดเคลื่อนเกิน 0.2 มิลลิเมตร วันนั้นจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำงาน 

การเย็บเบาะที่นั่ง ต้องเท่ากันทุกฝีเข็ม ไม่ว่ารูปแบบจะซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม

ช่างเย็บของเลกซัสต้องผ่านการทดสอบด้วยการพับกระดาษ Origami ให้เป็นรูปแมว ด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดภายใน 19 วินาที หากผ่านจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาเทรนนิ่ง 3 เดือน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะผ่านการฝึก สุดยอดช่างฝีมือเท่านั้นถึงสามารถเข้ามาเย็บเบาะเลกซัสได้ 

การทำสีที่พิถีพิถัน ต้องอาศัยทักษะที่เชี่ยวชาญระดับสูงมาก โดยช่างพ่นสีของเลกซัสต้องสามารถใช้มือทั้งสองข้างได้อย่างชำนาญเท่าเทียมกัน และสามารถทำงานสอดประสานกับหุ่นยนต์ได้อย่างไร้ที่ติ กระบวนการทำสีสำหรับรถเลกซัส 1 คันนั้นกินเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมง เพื่อให้ได้สีที่สมบูรณ์แบบเท่ากันทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเพนท์บนเหล็กหรือพลาสติกก็ตาม และในขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพสี หากนำนาฬิกาข้อมือมาส่องบนรถแล้วไม่เห็นเข็มวินาที การพ่นสีครั้งนั้นจะถือว่าไม่ผ่านมาตรฐานทันที


โดยแต่ละขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่ออกแบบ ประกอบ จนถึงขั้นตรวจสอบคุณภาพ จะต้องมีช่างระดับ ‘ทาคุมิ’ หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ที่ฝึกฝนเฉพาะทางมาไม่น้อยกว่า 60,000 ชั่วโมง จนสามารถใช้เพียงประสาทสัมผัส ก็สามารถหาจุดบกพร่องเพียงเล็กน้อยบนรถได้ คอยตรวจสอบความสมบูรณ์แบบในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ หากพบสิ่งใดผิดปกติ สามารถหยุดสายการผลิตได้ตลอดเวลา 

ก่อนที่รถจะถูกส่งมอบสู่เจ้าของ ในขั้นตอนสุดท้ายจะต้องถูกตรวจสอบจาก ‘ทาคุมิ’ ของเลกซัสอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด และรถยนต์คันนั้นสามารถให้สัมผัสที่ดีที่สุดกับเจ้าของได้ 

 

“เราทำรถยนต์ให้คนนั่ง สุดท้ายผู้ที่จะตัดสินว่ารถคันนี้ดีหรือไม่ คือคนที่เป็นเจ้าของรถ เค้าไม่ได้ใช้เครื่องจักรอะไรมาวัด นอกจากประสาทสัมผัสของตัวเอง”

... คัตสึอากิ ซูกานูมะ ช่างทาคุมิผู้ตรวจสอบรถเป็นขั้นตอนสุดท้าย  

การลงลึกไปถึงความรู้สึกของเจ้าของรถในขั้นตอนสุดท้ายจึงสำคัญมาก ที่ต้องอาศัยสัมผัสจากคนที่มีความเชี่ยวชาญระดับทาคุมิเท่านั้น คนที่สามารถบอกได้ด้วยหู ว่าเสียงของเครื่องยนต์ปกติ หรือห้องโดยสารเงียบพอหรือยัง คนที่สัมผัสได้แม้กระทั่งช่องว่างที่คลาดเคลื่อนเพียง 0.2 มิลลิเมตร คนที่เห็นแม้กระทั่งฝุ่นเม็ดเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในสีที่พ่นบนตัวรถเท่านั้น ที่เลกซัสไว้วางใจให้ส่งมอบรถที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

 

Experience Amazing : การส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุด จากผู้สร้างถึงประสบการณ์ของผู้รับ  

ที่เลกซัสเราเชื่อว่ารถยนต์ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่รถยนต์คือไลฟ์สไตล์ ที่อยู่กับเจ้าของรถในทุกโมเมนต์

จึงเป็นที่มาของวิธีการสร้างรถยนต์ด้วยแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมีกระบวนการที่ซับซ้อนจนหลายคนตั้งคำถามว่า “เกินความจำเป็นไปหรือไม่”

เลกซัสไม่เชื่อแบบนั้น

เพราะทุกกระบวนการอันซับซ้อนของเรา มีเป้าหมายใหญ่ คือการตอบโจทย์เพียงหนึ่งเดียวที่แสนจะเรียบง่าย คือ ‘การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า’ ตามหลักของ Omotenashi ที่วางลูกค้าไว้เป็นศูนย์กลาง แล้วตั้งคำถามเพื่อพัฒนารถยนต์ให้ดีที่สุดด้วยคำถามเดียว

“นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่ลูกค้าของเราควรได้รับใช่หรือไม่”

ตลอดระยะเวลา 4 วันของกิจกรรม เลกซัสถ่ายทอดความพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด รวมถึงมอบการต้อนรับแบบ  Omotenashi ไว้ในทุกกิจกรรม เพื่อสร้าง ‘Experience  Amazing’ ให้กับแขกผู้มาเยือน ตามแบบฉบับของเลกซัส 

อาหารกลางวันแบบเบนโตะสุด จากการรังสรรค์ของเชฟมาซากิ คุสุฮาระ เชฟ 2 ดาวมิชลินสตาร์ ที่คัดสรรค์เฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศของญี่ปุ่นเท่านั้น

ดินเนอร์มื้อสุดท้าย ที่จัดขึ้นแบบพิเศษเป็นครั้งแรกในศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู ศาลเจ้าสำคัญแห่งเมืองฟุกุโอกะ

เพื่อแสดงให้เห็นว่า เลกซัสต้อนรับแขกของเราอย่างไร รถยนต์ของเราก็ต้อนรับเจ้าของด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน ซึ่งทั้งหมดคือวิถีทางวัฒนธรรม ที่ฝังรากลึกอยู่ในคนญี่ปุ่น และสิ่งนี้คือแก่นแท้ภายใน ที่หล่อหลอมให้รถยนต์เลกซัสแตกต่างจากคนอื่น

เป้าหมายสูงสุดของเรา ไม่เพียงส่งมอบรถยนต์ที่ดีที่สุดหรือทันสมัยที่สุดให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องสามารถส่งมอบ ‘Experience Amazing’ ให้กับลูกค้าได้ด้วย 

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เลกซัสยินดีต้อนรับ และขอเชิญชวนให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษของรถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากแนวคิดและจิตวิญญาณ อันเต็มไปด้วยรายละเอียด ที่ต้องลองสัมผัส จับพวงมาลัย และขับดูสักครั้งเท่านั้น จึงจะเข้าใจ

โดยสามารถลงทะเบียนทดลองขับ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lexus.co.th/th.html